รายการ “สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง”
มุ่งหาเยาวชนแบบอย่างที่ดีของสังคมไทย ภายใต้แนวคิด “ครอบครัวที่แข็งแรงไม่จำเป็นต้องมาจากครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่มาจากจิตใจที่แข็งแกร่ง” เข้าสู่โครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง ด้วยการคัดเลือกเด็กที่ยากไร้ แต่มีความรักความผูกพันในครอบครัวที่แน่นแฟ้น ส่งผลให้เป็นเด็กมีความกตัญญู มีความมุ่งมั่นในการต่อสู้ทำงานหาเลี้ยงชีพเพื่อครอบครัว และที่สำคัญตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเพื่อพัฒนาตนเองให้มีอนาคตที่ดี โดยเอไอเอสจะมอบทุนช่วยเหลือครอบครัว และทุนการศึกษาให้กับเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกเข้าโครงการฯ จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
รายการ “สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง”
“ครอบครัวที่แข็งแรงไม่จำเป็นต้องมาจากครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่มาจากจิตใจที่แข็งแกร่ง”
ดูเพิ่มเติม

โครงการ “สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง”

ความเป็นมา
    
จากการดำเนินโครงการ “สานรัก สนับสนุนสถาบันครอบครัว” พบว่าแต่ละครอบครัวมีลักษณะที่แตกต่างกันไป "ครอบครัว" ไม่จำเป็นต้องอยู่กันพร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก แต่อาจประกอบด้วย พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย ไม่ว่าครอบครัวจะประกอบไปด้วยใคร แตกต่างกันอย่างไร ทุกครอบครัวจะมีแกนหลักเพื่อเชื่อมความรักของสมาชิกทุกคนเข้าด้วยกันคือ "หัวใจ" จึงได้เกิดแนวคิดว่า “ครอบครัวที่แข็งแรง ไม่จำเป็นต้องมาจากครอบครัวที่สมบูรณ์ หากแต่มาจากหัวใจที่แข็งแกร่ง” ดังนั้นจึงได้ริเริ่มโครงการ “สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง” ขึ้นเพื่อช่วยเหลือหน่วยที่เล็กที่สุดของครอบครัวคือเยาวชน โดยเฉพาะเยาวชนที่ด้อยโอกาสให้ได้มีโอกาสทางการศึกษา เพราะการศึกษาหาความรู้จะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยทำงานหาเลี้ยงตนเองและครอบครัวเพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และไม่เป็นภาระต่อสังคม

โครงการ “สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง” ได้มอบทุนช่วยเหลือครอบครัวและทุนการศึกษาให้กับเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกเข้าโครงการฯจนจบในระดับปริญญาตรี โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ

          1) ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ปีละ 5,000 บาท
          2) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ป.ว.ช.) ปีละ 10,000 บาท
          3) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ป.ว.ส.) หรือระดับปริญญาตรีในระบบมหาวิทยาลัยปิดของรัฐบาลและเอกชน ปีละ 20,000 บาท นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทย์ พยาบาลศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ได้รับทุนการศึกษาปีละ 25,000 บาท กรณีเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยระบบเปิด (เช่น ม.รามคำแหง) ได้รับทุนการศึกษาปีละ 12,000 บาท

     สำหรับทุนช่วยเหลือทุกครอบครัวในเบื้องต้น ครอบครัวละ 10,000 บาท

     พร้อมกันนี้ โครงการฯเห็นว่าเรื่องราวของเยาวชนคนเก่งหัวใจแกร่ง เป็นเรื่องราวที่มีคุณค่าควรแก่การนำมาเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม โครงการฯจึงได้ผลิตรายการสารคดีโทรทัศน์ในรายการ “สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง” เพื่อถ่ายทอดชีวิตของเด็กกตัญญูที่มีความมุ่งมั่นทำงานหาเลี้ยงชีพเพื่อจุนเจือครอบครัว และสนใจใฝ่หาความรู้ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเพื่อพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น รายการ “สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง” ได้เริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนมกราคม 2544 ปัจจุบันแพร่ภาพทางแอปพลิเคชั่น AIS Play, กล่อง AIS Playbox, YouTube: sarnrakais, Facebook: AIS Sarnrak และ Facebook: สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง ทุกวันอาทิตย์ เวลา 10.00 น. ขณะนี้มีเยาวชนที่รับทุนการศึกษาในโครงการฯเป็นจำนวนกว่า 700 คน โดยมีน้องใหม่ได้รับทุนการศึกษาทุกสัปดาห์ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีมีจำนวนกว่า 140 คน โดยเอไอเอสได้มอบทุนการศึกษาไปแล้วรวมเป็นเงินกว่า 36,700,000 บาท

วัตถุประสงค์

          1) เพื่อช่วยเหลือหน่วยที่เล็กที่สุดของครอบครัว โดยมอบโอกาสให้เยาวชนด้อยโอกาสที่เป็นคนดี กตัญญู ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน เพื่อป็นกำลังสำคัญของครอบครัว เป็นคนดีของสังคม และเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต
          2) เพื่อเผยแพร่แบบอย่างที่ดีของสังคมไทย และสื่อให้เห็นว่า “ครอบครัวที่แข็งแรงไม่จำเป็นต้องมาจากครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่มาจากหัวใจที่แข็งแกร่ง”
          3) เพื่อปลูกจิตสำนึกของคนในสังคมให้ตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว
          4) เพื่อปลูกจิตสำนึกของเยาวชนทั่วไปให้เห็นความสำคัญของการศึกษา การหาความรู้ และมีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ
          5) ส่งเสริมและให้กำลังใจการต่อสู้ชีวิตแก่ผู้ชมทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่กำลังประสบปัญหาในชีวิต


กลุ่มเป้าหมาย

          1) ประชาชนคนไทย เพราะคนไทยทุกคนควรได้รับรู้เรื่องราวแบบอย่างที่ดีของสังคม และมีโอกาสได้ช่วยเหลือเยาวชนที่ด้อยโอกาส
          2) เยาวชนไทยที่มีโอกาสที่ดีอยู่แล้ว เพื่อเป็นแรงผลักดันให้มีจิตสำนึกที่ดีและตั้งใจเรียน


ระยะเวลาดำเนินการ

          ตั้งแต่เดือนมกราคม 2544 โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน


สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ

          1) เยาวชนในโครงการได้รับโอกาสทางการศึกษา สามารถหางานทำที่มั่นคง มีหารายได้เลี้ยงดูผู้มีอุปการะคุณ และไม่เป็นภาระต่อสังคม
          2) คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวมากขึ้น