โครงการ เอไอเอส สร้างอาชีพ Call Center แด่ผู้พิการ
ในปี 2550 เอไอเอสได้ริเริ่มโครงการ "เอไอเอสสร้างอาชีพ Call Center แด่ผู้พิการทางสายตา" โดยร่วมมือกับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ด้วยการรับผู้พิการทางสายตาเข้ามาทำงานเป็นพนักงาน call center และให้การสนับสนุนเครื่องมือในการปฏิบัติงาน จัดสภาพแวดล้อมการทำงาน ให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆที่เป็นมาตรฐานขององค์กรเช่นเดียวกับพนักงานทั่วไป
โครงการ เอไอเอส สร้างอาชีพ Call Center แด่ผู้พิการ
ด้วยความตั้งใจในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) ที่ดำเนินการมาโดยตลอด ปัจจุบัน
เอไอเอส ยังได้ให้ความสำคัญในเรื่อง CSV (Creating Shared Value) การสร้างคุณค่าและประโยชน์ร่วมกันระหว่างองค์กรและสังคม
เพื่อสร้างมูลค่าและการเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่องค์กรและสังคมไปพร้อมๆ กัน

โดยการนำกรอบแนวคิด CSV มาดำเนินการในปี 2550 กับโครงการ “เอไอเอส สร้างอาชีพ คอลล์ เซ็นเตอร์ แด่ผู้พิการ” ด้วยเล็งเห็นว่า
ผู้พิการเป็นบุคคลที่มีความสามารถ เท่าเทียมคนปกติทั่วไป จึงเปิดโอกาสสร้างอาชีพให้แก่ผู้พิการด้วยการรับเป็นพนักงาน Call Center มีหน้าที่ให้บริการลูกค้าเช่นเดียวกับพนักงานปกติ
ดูเพิ่มเติม

เจตนารมณ์

          เอไอเอสเล็งเห็นว่า ผู้พิการเป็นบุคคลที่มีความสามารถ มีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมคนปกติทั่วไป ดังนั้นในปี 2550 เอไอเอสจึงได้ริเริ่มโครงการ “เอไอเอสสร้างอาชีพ call center แด่ผู้พิการทางสายตา” โดยร่วมมือกับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ เปิดรับผู้พิการทางสายตาเข้ามาทำงานเป็นพนักงาน call center และให้การสนับสนุนเครื่องมือในการปฏิบัติงาน จัดสภาพแวดล้อมการทำงาน ให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆที่เป็นมาตรฐานขององค์กรเช่นเดียวกับพนักงานทั่วไป ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้พิการทางสายตาได้มีอาชีพที่มั่นคงโดยใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว มีความภาคภูมิใจในตนเอง ไม่เป็นภาระต่อสังคม และสามารถทำประโยชน์ให้แก่สังคมในรูปของการจ่ายภาษีเงินได้ ตลอดจนดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ ในขณะที่เอไอเอสได้พนักงาน Call Center มาทำงานอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ และมีความ engaged กับบริษัท โดยมอบหมายงานที่สอดคล้องกับความสามารถ อาทิ

          ผู้พิการทางสายตาและพิการทางร่างกาย จะมีหน้าที่โทรติดต่อลูกค้าเพื่อแจ้งสิทธิพิเศษและเสนอบริการรวมทั้งแคมเปญต่างๆ ของเอไอเอส, ให้บริการรับ-ส่ง SMS แทนลูกค้า และให้บริการยกเลิก SMS แทนลูกค้า ส่วนผู้พิการทางการได้ยินจะให้บริการ คอลล์ เซ็นเตอร์ภาษามือผ่านทาง Web Cam เป็นต้น นอกจากนี้ เอไอเอสยังนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยในการปฏิบัติงานของคนกลุ่มนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน อาทิ ติดตั้งโครงข่ายออนไลน์ นำเทคโนโลยีดักจับความเคลื่อนไหวที่คีย์บอร์ด หรือ สิ่งที่แสดงผลบนหน้าจอ และเปลี่ยนเป็นเสียงพูด ซึ่งต้องใช้ควบคู่กับโปรแกรมตาทิพย์จากสถาบันคนตาบอดแห่งชาติเพื่อการวิจัยและพัฒนา เป็นต้น โดย เอไอเอส สนับสนุนเครื่องมือในการปฏิบัติงาน จัดสภาพแวดล้อมการทำงาน ให้ค่าตอบแทน และสวัสดิการต่างๆ ที่เป็นมาตรฐานขององค์กรเฉกเช่นเดียวกับพนักงานทั่วไป

         ปัจจุบันมีพนักงาน Call Center ผู้พิการ จำนวน 104 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559) แบ่งเป็น

  1. ผู้พิการทางสายตา จำนวน  45  คน
  2. ผู้พิการทางการได้ยิน จำนวน  8  คน
  3. ผู้พิการทางร่างกาย จำนวน  51  คน

          และมีศูนย์ปฏิบัติการ เอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ แด่ผู้พิการ จำนวน 11 แห่ง ได้แก่

  1. ศูนย์ปฏิบัติการอาคารพหลโยธินเพลส กทม.
  2. มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ กรุงเทพฯ
  3. โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือฯ จ.เชียงใหม่
  4. มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จ.ชลบุรี
  5. โรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ จ.หนองคาย
  6. โรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
  7. มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาลำปาง จ.ลำปาง
  8. โรงเรียนศรีสังวาลย์ขอนแก่น จ.ขอนแก่น
  9. มูลนิธิผู้พิการไทยเพื่อสังคม กทม.
  10. โรงเรียนสอนคนตาบอด สันติจินตนา จ.แพร่
  11. มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย จ.ขอนแก่น

 

          นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเปิดศูนย์ปฏิบัติการ เอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ แด่ผู้พิการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ตลอดจนการเปิดโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานต่อไป

วัตถุประสงค์
          1) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้พิการได้มีอาชีพที่มั่นคง โดยใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว
          2) เพื่อให้ผู้พิการเกิดความภูมิใจในตนเองที่สามารถพึ่งตนเองได้ ไม่เป็นภาระต่อสังคม สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ

กลุ่มเป้าหมาย
          ผู้พิการทางสายตา (ตาบอด) และผู้พิการทางการได้ยิน (หูหนวก)

สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ
          1) ผู้พิการมีงานทำเป็นงานประจำ มีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว
          2) ผู้พิการและพนักงานปกติสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดเป็นสังคมของคนทำงานที่เข้าใจกัน เท่าเทียมกัน และเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน
          3) ผู้พิการสามารถให้บริการลูกค้าเอไอเอสได้อย่างมีคุณภาพเท่าเทียมกับพนักงานปกติ