เว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับการดูโดยใช้ Internet Explorer 9, Chrome, Safari และเบราว์เซอร์รุ่นใหม่กว่า x
 
จากข้อมูลสถานการณ์ด้านคนพิการในประเทศไทยล่าสุด พบว่า มีจำนวน 2,041,159 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 3.08 ของประชากรทั้งประเทศ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีคนพิการที่อยู่ในวัยทำงาน อายุระหว่าง 15 - 60 ปี มีจำนวน 882,576 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 46.26 ของจำนวนคนพิการในประเทศไทย
ทั้งนี้ เอไอเอส ในบทบาทภาคเอกชน ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารโทรคมนาคม เล็งเห็นว่าผู้พิการ มีศักยภาพและมีความมุ่งมั่นทำงานไม่แตกต่างจากคนทั่วไป จึงได้จัดตั้งโครงการ AIS Call Center แด่ผู้พิการขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2550เพื่อเป็ดรับผู้พิการมาร่วมปฏิบัติงานเป็นพนักงาน Call Center ได้แก่
1. ผู้พิการทางการมองเห็น 2. ผู้พิการทางการได้ยิน และ 3. ผู้พิการทางร่ายกาย พร้อมจัดรูปแบบของงานที่ทำให้เหมาะสมกับลักษณะของความพิการ, จัดสภาพแวดล้อม - อุปกรณ้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้เอื้อต่อการทำงาน นำเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะเป็นเครื่องมือช่วยให้การบริการลูกค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งให้ควาตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ ที่เป็นมาตรฐานขององค์กรเช่นเดียวกับพนักงานทั่วไป
อีกด้านหนึ่ง เอไอเอส ได้นำนวัตกรรมดิจิทัลมาช่วยสนับสนุนการเรียนรู้สำหรับผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยแนวคิด “สอน เสริม สร้าง” ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างโอกาสในการพัฒนาอาชีพ ร่วมกับสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต ภายใต้ชื่อ “ปลูกผัก ปลูกรัก ปลูกใจ” เป็นการสร้างอาชีพให้เด็กกลุ่มนี้ สามารถยืนหยัด และเติบโตในสังคมได้อย่างมีความสุข
ดูเพิ่มเติม
AIS Digital สร้างอาชีพแด่ผู้พิการ
AIS Digital สร้างอาชีพแด่ผู้พิการ
ปัญหาหนึ่งในสังคมไทยที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการช่วยกันแก้ไข คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคม ให้สามารถเข้าถึงบริการและได้รับสวัสดิการขั้นพื้นฐานทื่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต หนึ่งในกลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่เป็นกลุ่มที่ประเทศไทยให้ความสำคัญนั่นคือ กลุ่มผู้พิการ โดยในปัจจุบัน พบว่ามีจำนวน 2,041,159 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 3.08 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาล โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดให้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ สอดคล้องกับการพัฒนาเชิงกฎหมาย นโยบาย และกลไกระดับต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม และองค์กรอิสระ โดยเริ่มใช้แผนยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ นับตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2560 - 2564 โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่ครอบคลุมในทุกมิติทำให้คนพิการได้เข้าถึงสิทธิต่างๆ เพิ่มมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นด้านสวัสดิการสังคม, การส่งเสริมอาชีพ, การส่งเสริมและพัฒนาทักษะคนพิการ, การจัดสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึง การพัฒนาด้านเทคโนโลยีเพื่อคนพิการ
โดยแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2560 - 2564 ได้กำหนดพันธกิจหนึ่งในด้านการส่งเสริมและบูรณาการเครือข่ายทุกภาคส่วนโดยสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างเป็นระบบและยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ซึ่งเชื่อมโยงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ โดยยึดแนวทางสำคัญที่จะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง (No one left behind) รวมทั้ง ผู้พิการในสังคมด้วย สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านคนพิการในประเทศไทยล่าสุด โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีคนพิการที่อยู่ในวัยทำงาน อายุระหว่าง 15 - 60 ปี มีจำนวน 882,576 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 46.26 ของจำนวนคนพิการในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 1. คนพิการในวัยทำงานที่ประกอบอาชีพ จำนวน 218,392 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 24.74 และ 2. คนพิการในวัยทำงานที่สามารถประกอบอาชีพได้ แต่ยังไม่ได้ประกอบอาชีพ จำนวน 156,905 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 17.78
ทั้งนี้ เอไอเอส ในบทบาทภาคเอกชน ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารโทรคมนาคม เล็งเห็นว่า ผู้พิการ มีศักยภาพและมีความมุ่งมั่นทำงานไม่แตกต่างจากคนทั่วไป จึงมุ่งหวังที่จะใช้ศักยภาพและประสบการณ์ในฐานะผู้ให้บริการ Digital Life Service Provider นำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีอยู่ภายในองค์กรมาสร้างงาน สร้างอาชีพแด่ผู้พิการเพื่อลดช่องว่างที่เกิดขึ้นในสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ยืนหยัดอยู่ในสังคมได้อย่างยั่งยืน โดยให้การช่วยเหลือผู้พิการใน 4 ประเภท ได้แก่ ผู้พิการทางการมองเห็น, ผู้พิการทางการได้ยิน, ผู้พิการทางร่างกาย, ผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญาโดยออกแบบลักษณะงานตามทักษะความสามารถและลักษณะความพิการ แบ่งออกเป็น 2 โครงการ คือ 1. โครงการ AIS Call Center แด่ผู้พิการ และ 2. โครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญากลับสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน ภายใต้ชื่อ “ปลูกผัก ปลูกรัก ปลูกใจ”
โดย เอไอเอส ได้จัดตั้งโครงการ AIS Call Center แด่ผู้พิการขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2550 เพื่อเปิดรับผู้พิการมาร่วมปฏิบัติงานเป็นพนักงาน Call Center และจัดรูปแบบของงานที่ทำให้เหมาะสมกับลักษณะของความพิการ, จัดสภาพแวดล้อม - อุปกรณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้เอื้ต่อการทำงาน นำเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะเป็นเครื่องมือช่วยให้การบริการลูกค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ ที่เป็นมาตรฐานขององค์กรเช่นเดียวกับพนักงานทั่วไป ซึ่งประกอบไปด้วย
  • ผู้พิการทางการมองเห็น มีเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน โดยติดตั้งโครงข่าย Online, นำเทคโนโลยีดักจับควาเคลื่อนไหวที่ Key Board หรือสิ่งที่แสดงผลบนหน้าจอ และเปลี่ยนเป็นเสียงพูด ซึ่งต้องใช้ควบคู่กับโปรแกรมตาทิพย์ของสถาบันคนตาบอดแห่งชาติเพื่อการวิจัยและพัฒนา รวมทั้ง จัดให้มีลิฟต์โดยสาร ปุ่มกดอักษรเบลด้วย
  • ผู้พิการทางการได้ยิน จัดให้มีซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ Web Cam (iSign) สำหรับการให้บริการ Call Center ภาษามือ ผ่านทาง Web Cam ซึ่งเป็นระบบการทำงานคล้ายกับโปรแกรม Skype ช่วยให้ทำงานได้สะดวก และสื่อสารได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้น
  • ผู้พิการทางร่ายกาย ได้จัดสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับการทำงานเพิ่มเติม เช่น ทางลาด, ลิฟต์โดยสาร ปุ่มกด สำหรับผู้พิการวิลแชร์
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ถือเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของคุณภาพงานบริการสำหรับลูกค้า และการได้สร้างโอกาสทางอาชีพให้กับผู้พิการ จึงได้ขยายโอกาสและเปิดรับพนักงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งผู้พิการทางการมองเห็น, ผู้พิการทางการได้ยิน และผู้พิการทางร่างกาย จนในปัจจุบัน มีศูนย์ปฏิบัติการฯ แล้ว จำนวน 13 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ คลิกไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม
นอกจากนี้ เอไอเอส ยังเห็นถึงโอกาสในการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาช่วยสนับสนุนการเรียนรู้สำหรับผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภาระการดูแลของครอบครัว และเพิ่มทักษะในการประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม เอไอเอส จึงได้ร่วมกับ สถาบันราชานุกูล
กรมสุขภาพจิต นำเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตร ภายใต้แนวคิด “สอน เสริม สร้าง” เข้ามาช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างโอกาสในการพัฒนาอาชีพให้แก่เด็กกลุ่มนี้ เริ่มตั้งแต่การบ่มเพาะความรู้เกี่ยวกับการปลูกผักอินทรีย์ การนำเทคโนโลยีทางการเกษตร เช่น นำเทคโนโลยี
IoT มาช่วยสร้างระบบรดน้ำอัตโนมัติไว้ใช้ในพื้นที่แปลงเกษตร การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจ และการสร้างช่องทางการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ในโครงการปลูกผัก ปลูกรัก ปลูกใจ บนแอปพลิเคชันร้านฟาร์มสุข เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่เด็กที่มีความบกพร่องเหล่านี้ด้วย
รวมทั้ง ยังได้จัดตั้ง “ศูนย์การเรียนรู้ฟาร์มสุข” ให้เป็นแหล่งเรียนรู้เทคโนโลยีทางการเกษตร ให้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจได้ใช้เป็นแหล่งทดลอง ค้นคว้านวัตกรรมดิจิทัล รวมถึง การสร้างร้านฟาร์มสุขให้เป็นร้านต้นแบบในการส่งเสริมและจำหน่ายพืชผักอินทรีย์ ที่เกิดจากความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญา เพื่อเป็นการสร้างอาชีพให้เด็กกลุ่มนี้ สามารถยืนหยัด และเติบโตในสังคมได้อย่างมีความสุข
 คลิกไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม
เอไอเอส หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ เสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต ช่วยสร้างคุณค่าให้ผู้พิการได้อยู่ร่วมในสังคมอย่างมีความสุข สามารถหารายได้มาเลี้ยงชีพและช่วยเหลือครอบครัว ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างที่เกิดขึ้นในสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้พิการในประเทศไทยได้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต